กาลครั้งหนึ่ง.. นานมาแล้ว
(เราจะเริ่มต้นด้วยวลีคลาสสิคที่ต้องเคยได้ยินกันมาทุกคน)


ในสถานที่ลับ ในป่ามืดมิด แห่งหนึ่ง (คุณหวังว่าจะได้อ่านนิยาย
แฟนซีเรื่องหนึ่งใช่รึป่าว? คุณกำลังเข้าใจผิดแล้วล่ะ) ฉันนำเอา
สมุดเล่มเล็กเล่มหนึ่งไปซ่อนไว้ สมุดบันทึกเล่มสีชมพู เล่มที่บันทึก
อะไรหลายอย่างไว้ (หลายอย่างจนลืมนึกไปว่าจะมีคนผ่านมาแล้ว
นำไปเล่าต่อ.. แต่มันก็คือมุมมองของฉัน)



ทั้งความรู้สึกตายด้าน ความชาชิน ความรัก ความหลง ความโลภ
และจินตนาการ ทุกอย่างผสมปนเปกันหมด จนบางทีแยกแทบ
ไม่ออกว่าอันไหนคือเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องแต่ง คงมีแต่ฉันที่
รู้เรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดี บันทึกที่ฉันก็เอาไปเก็บไว้ในที่ที่ฉัน
ไม่คิดว่าจะมีใครเอาไปอ่าน แต่ก็มีผู้สัญจรหลายคนผ่านมาทักทาย
จนกลายมาเป็นผู้แวะเวียนประจำ ซึ่งน่าขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ
การถูกใส่ใจจนเปลี่ยนผู้สัญจรบางท่านกลายเป็นผู้แวะเวียนประจำ
ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ



ระยะนี้ฉันไม่ได้มีเวลาที่จะเขียนเรื่องราวลงบนสมุดเล่มนั้น แต่ทว่า
ก็ยังมีท่านผู้แวะเวียนประจำ แวะมาทักทายกัน แต่เป็นฉันเสียอีกที่
ไม่ได้แวะเวียนไปหาท่านๆเหล่านั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องให้ต้องเสียใจ
เศร้าใจ ทุกข์ใจหรือสุขใจ ท่านเหล่านั้น มักแวะมาให้กำลังใจ
และมีความสุขกับฉันเสมอ ความสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้นในรูปแบบของ
ตัวอักษรที่ส่งผ่านสายอะไรก็ไม่รู้ระโยงระยางที่ทำหน้าที่รับส่งข้อมูล
จากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง ฉันยอมรับว่าชอบความสัมพันธ์แบบนี้
หรือบางทีฉันขี้อายเกินกว่าจะสร้างความสัมพันธ์บนโลกแห่งความเป็นจริง
หรือบางทีฉันอาจหลงรักตัวอักษรแต่ละตัวที่กลายมาเป็นคำแต่ละคำ
กลายเป็นเรื่องสั้นแต่ละเรื่อง



อันที่จริง ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรถ้าหากว่าผู้สัญจรผ่านมาอ่านเรื่องราวใน
สมุดสีชมพูของฉัน และคงไม่สนใจอะไรถ้าอ่านแล้วผ่านไป ..แปลกน่ะ
ฉันเขียนเรื่องราวมานาน หากแต่ผู้สัญจรคนนั้นไม่ได้ผ่านมาอ่านเจอ
แต่กลับมาอ่านเจอในเวลาที่ฉันร้างลาเรื่องเก่าไปแทบหมดสิ้น เรื่องราว
ที่ตัวฉันเขียน ฉันเองก็รู้ว่ามันดาบสองคม เมื่อใดที่คนรู้จักของคนรู้จัก
ผ่านมาพบเจอ ถ้าสิ่งที่เขียนมันดี ก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่ดี ก็ซวยไป
แต่ทำไงได้ล่ะ สิ่งที่ฉันเขียนออกไป ฉันกรั่นกรองออกมาจากความคิด
ความรู้สึก ณ ตอนนั้น สำหรับบางเรื่องราวก็ไม่ได้มีมูลเหตุของความเป็นจริง
เลยแม้แต่น้อย พูดไปก็เหมือนแก้ตัว มันก็เท่านั้น เรื่องราวทุกเรื่องมันต้องมีประเด็น
และทุกสิ่งที่ฉันเขียนมันมีประเด็นซึ่งอาจจะดูไร้สาระ ตึ่งตึงบ้างในบางครั้ง
สาระมันแทบหาไม่ค่อยเจอในเรื่องราวของฉัน แต่บอกได้เลยว่า ทุกๆเรื่องราว
ฉันมีความสุขที่ได้เขียนมันออกมา บางเรื่องอาจเศร้าแต่ฉันก็ยังสุข ใช่.. สุขในเรื่องเศร้า



เรื่องราวบางเรื่อง ก็อย่าพยายามเข้าใจมันเลย ถ้าหากไม่เข้าใจ อย่าพยายามเลย
เพราะบางทีฉันก็เขียนให้ตัวเองอ่านคนเดียว ให้เข้าใจคนเดียว ก็อย่างนี้แหละ
ฉันมันเห็นแก่ตัว มันเป็นปกติสำหรับ นัก(อยากจะ)เขียน แบบฉัน
เพราะสุดท้ายฉันก็เป็นได้แค่นัก(อยากจะ) เขียน ไม่ใช่ นักเขียน อย่างใครเขา



เรื่องราวที่ไล่ยาวมาทั้งหมด..
ดูหาประเด็นแทบไม่ได้ ..ใช่มั้ยล่ะ?
ลองดูดีดีสิ ..ประเด็นแทบจะกระโดดออกมาบอกตัวคุณอยู่แล้ว
ได้ยินมั้ย? มันตะโกนว่า "ฉันอยู่นี่ นี่ นี่"


ปล. ยังไงก็ขอบคุณ ผู้สัญจร คนนั้น ..ซึ่งบอกตามตรงก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใคร
และถึงฉันทราบไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ผู้สัญจรคนนั้นที่เป็นคนรู้จักของพี่จิมมี่
ขอบคุณน่ะ ..เคยได้ยินมั้ยที่ว่า "เปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นโอกาส" ฉันก็เพิ่งจะรู้ซึ้งเนี่ยแหละ
ดีจังเลย คุณมีเวลาเพิ่มให้เราอีกนิดนึง.. เน๊อะ =)



..ไม่รู้ว่ายังจะแวะเวียนมาอ่านอีกมั้ยน้า?


edit @ 27 Aug 2008 11:52:21 by ,, สายรุ้ง ,,

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก็ยังงงๆsad smile

#1 By นายฉิม on 2008-08-28 11:12

หุ หุ อ่านไปงงไป แต่เกียนคงสบายดีนะbig smile

#2 By lamoon on 2008-09-01 12:44